简体中文繁體中文EnglishBahasa IndonesiaဗမာစာไทยTiếng Việt

In the Four Noble Truths the Buddha identified craving…

0

Ajahn Jayasāro's Yellow Pages Teaching

Saturday, September 26, 2020
Twice weekly handwritten Dhamma teaching by Ajahn.
Translators will be attributed, kindly use the form in About>Contact Us.
Ajahn Jayasaro 200x288 1

In the Four Noble Truths the Buddha identified craving (taṇhā) as the cause of suffering. He revealed how it is only when craving has been abandoned that suffering will cease. It is important to understand that not all kinds of desire are considered to be forms of craving. Craving refers specifically to the desires that arise in the mind in the absence of authentic knowledge of the true nature of our life and the world we live in. The Buddha spoke of three kinds of craving:

 

(i) The craving for the pleasure that arises through contact with visible forms, sounds, odours, tastes and physical sensations. The ignorant mind feels a deep sense of lack which it seeks to remedy with sense pleasure. But no sense pleasure can give more than temporary relief. Craving for sense pleasure ties the mind to a coarse, restless and superficial level. Seeking happiness from sense pleasure has been compared to licking honey from a razor blade.

 

(ii) The craving for being. The ignorant mind perceives a stable, independent self. It craves to protect and enhance that imaginary self. This kind of craving may be seen in the desire to be a particular kind of person, or to be seen as such. It manifests in the desire to stand out, to be special, unique, to live forever. It is seen in the craving for status, fame and power.

 

(iii) The craving for non-being. The ignorant mind perceives a stable, independent self. It craves for that self to disappear or to be annihilated. This craving can lead to he decision to commit suicide. It appears generally in the craving to escape from or to get rid of anything we dislike.

 

– Ajahn Jayasāro

(waiting for human translation)

ในอริยสัจ ๔ พระพุทธองค์ทรงชี้ชัดว่าตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ พระองค์ทรงแสดงให้เห็นว่าทุกข์จะดับสิ้นไปได้ก็ด้วยการละตัณหาเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ควรทราบในเรื่องนี้คือ ไม่ใช่ว่าความอยากทุกอย่างต้องเป็นตัณหาอยู่เสมอ ตัณหาหมายความเฉพาะความอยากที่เกิดเมื่อขาดความรู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตและโลกที่เราอยู่อาศัย พระพุทธองค์ตรัสถึงตัณหา ๓ ประการ คือ

 

๑) กามตัณหา ความทะเยอทะยานอยากในความสุขที่เกิดเมื่อสัมผัสกับรูป เสียง กลิ่น รส และกายสัมผัส จิตที่ขาดปัญญาย่อมรู้สึกพร่องอยู่เป็นนิจ และพยายามเยียวยาความรู้สึกพร่องนั้นด้วยกามสุข แต่กามสุขช่วยได้แค่ชั่วครู่ชั่วยาม และความอยากได้ในกามสุขย่อมตรึงจิตไว้ให้คงอยู่ในระดับหยาบ ตื้นเขิน และฟุ้งซ่าน ท่านเคยเปรียบเทียบการแสวงหาความสุขในกามว่าเหมือนการลิ้มรสน้ำผึ้งซึ่งติดอยู่บนใบมีดโกน

 

๒) ภวตัณหา จิตที่ขาดปัญญา ย่อมสำคัญว่าชีวิตมีอัตตาตัวตนเอกเทศที่จีรังยั่งยืน จึงปรารถนาที่จะปกป้องและปรนเปรอตัวตนนั้น ตัณหาประเภทนี้อาจเห็นได้ในความอยากเป็นคนแบบใดแบบหนึ่ง หรืออยากให้ผู้อื่นมองตนว่าเป็นคนแบบนั้น ความอยากนี้อาจปรากฏในความต้องการที่จะโดดเด่น พิเศษ ไม่เหมือนใคร หรือคงอยู่เป็นนิรันดร์ และเห็นได้ในความอยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียง และอำนาจ

 

๓) วิภวตัณหา จิตที่ขาดปัญญา ย่อมสำคัญว่าชีวิตมีอัตตาตัวตนเอกเทศที่จีรังยั่งยืน แล้วปรารถนาให้ตัวตนนั้นหายไปหรือถูกทำลาย ตัณหาข้อนี้อาจนำไปสู่การตัดสินใจฆ่าตัวตายก็ได้ โดยทั่วไปเห็นได้ในความอยากหลบหนีหรือกำจัดทุกสิ่งที่ไม่ชอบ

 

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ

(please suggest and also assist to translate)

0
Share on email
Share on print
Scroll to Top