简体中文繁體中文EnglishBahasa IndonesiaဗမာစာไทยTiếng Việt

The Buddha identified four factors conditioning fear of death…

0

Ajahn Jayasāro's Yellow Pages Teaching

Tuesday, July 7, 2020
Twice weekly handwritten Dhamma teaching by Ajahn.
Translators will be attributed, kindly use the form in About>Contact Us.
Ajahn Jayasaro 200x288 1

The Buddha identified four factors conditioning fear of death. Those whose life has been based on the pursuit and enjoyment of sense pleasures tend to see death in terms of their approaching separation from those pleasures, and thus experience rear. Those who have been obsessed with their body and identified with it, tend to fear death as the separation from that cherished body. Those who have committed deeds for which they feel remorse may look on death as a precursor to some kind of payment for their bad actions, and feel fear. Lastly, those who are confused and without an inner refuge tend to experience doubts and mental agitation regarding their coming death, which results in fear.

 

Little or no fear of death is shown by those people who have not given such value to sense pleasures or their body; to those who have committed many good actions and are confident of their good karmic results of those actions awaiting them after death; and by those who have inner refuge and a calm, stable mind.

 

Of course, these days many people overcome their fear of death by adopting the belief in annihilation. They look on the mind as a function of the brain and see physical death as like turning off a light. This kind of superstition can be comforting and is praised as realistic or ‘scientific’. But it requires a refusal to seriously examine all the evidence for rebirth. For Buddhists, that is a step too far.

 

– Ajahn Jayasāro

佛陀鉴別了恐惧死亡的四个条件因素。那些把生活建立在追求和享受感官快乐的人,倾向于视死亡为即将与这些快乐分离,因而恐惧。那些迷恋自己的身体并以外型来定义自己的人,倾向于视死亡为即将于他们珍爱的身体分离。那些对自己所做的事情感到懊悔的人,可能会把死亡看作是为自己的恶行付出某种代价的先兆,因而感到恐惧。最后,那些困惑且缺失内在庇护的人,对于即将到来的死亡,往往会经历怀疑和精神上的不安,从而导致恐惧。

 

很少或不畏惧死亡的是那些:不看重感官快乐或不过多注重自己身体的人;那些已经做了许多善事,并且自信这些行为在他们死后会带来善业的人;还有那些内心有庇护,心智平静、稳定的人。

 

当然,现在有许多人采取相信(死后一切都)湮灭来克服对死亡的恐惧。他们将心智看作大脑的功能,将肉体死亡视作就像关掉一盏灯。这种迷信可以安慰人,被誉为现实的或“科学的”。但它要求拒绝对所有关于重生的证据进行认真的审视。对佛教徒来说,这一步走得太过了。

 

– 阿姜袈亚裟柔

พระพุทธองค์ทรงจำแนกเหตุแห่งความกลัวตาย ๔ ประการ ดังนี้

 

ผู้ใดใช้ชีวิตไขว่คว้าหาความเพลิดเพลินในกามสุข เห็นความตายเป็นการพลัดพรากจากสุข ย่อมหวั่นกลัว
ผู้ใดมัวเมาลุ่มหลงในกายว่าเป็นของตน ย่อมหวั่นกลัวความตายซึ่งถือเป็นการพลัดพรากจากกายอันน่าหวงแหน
ผู้ใดก่อกรรมที่ทำให้เกิดสำนึกผิด เห็นความตายเป็นจุดเริ่มของการชดใช้กรรม ย่อมหวั่นกลัว
สุดท้าย ผู้ใดใช้ชีวิตสับสนขาดที่พึ่งภายใน มักลังเลสงสัยและวิตกทุกข์ร้อนถึงความตายที่จะมาถึง ย่อมหวั่นกลัว

 

ความกลัวตายย่อมปรากฏน้อยหรือไม่ปรากฏเลย สำหรับผู้ไม่หลงใหลในกามสุขหรือหลงใหลในกาย ผู้ได้ทำกรรมดีมามากและมั่นใจในผลของกรรมที่รออยู่เมื่อตายไปแล้ว และผู้มีที่พึ่งทางใจและมีจิตสงบระงับ

ทุกวันนี้ คนจำนวนมากเอาชนะความกลัวตายด้วยการปลงใจเชื่อว่าตายแล้วสูญ คนเหล่านี้มองว่าจิตเป็นแค่กลไกหนึ่งของสมอง และความตายทางร่างกายเป็นเสมือนการปิดสวิทช์ไฟ ความเชื่อแบบงมงายนี้อาจช่วยปลอบประโลมใจได้เหมือนกัน เพราะมีการยกย่องกันว่าเป็นมุมมองของผู้กล้ายอมรับความจริง หรือ ‘เป็นวิทยาศาสตร์’ แต่จะเชื่ออย่างนี้ได้ก็ต้องไม่ยอมใส่ใจหรือรับพิจารณาหลักฐานและข้อพิสูจน์ในการเวียนว่ายตายเกิดเลย ชาวพุทธย่อมมองการเซ็นเซอร์การคิดค้นคว้าอย่างนี้ว่าผิดวิถีเสียแล้ว

 

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

(please suggest and also assist to translate)

0
Share on email
Share on print
Scroll to Top