简体中文繁體中文EnglishBahasa IndonesiaဗမာစာไทยTiếng Việt

Upādāna is the name that the Buddha gave to…

0

Ajahn Jayasāro's Yellow Pages Teaching

Tuesday, September 22, 2020
Twice weekly handwritten Dhamma teaching by Ajahn.
Translators will be attributed, kindly use the form in About>Contact Us.
Ajahn Jayasaro 200x288 1

Upādāna is the name that the Buddha gave to the various kinds of attachment that arise in the mind dependent upon craving (taṇhā). They must be eliminated by those intent on liberation. The Buddha listed four kinds of attachment:

 

(i) Attachment to sensual pleasure

In attaching to sense pleasures we make them seem essential to our well-being. Life without them comes to seem depressing or meaningless. We fear separation from sense pleasures and strive to prevent it. Our mind becomes dominated by sensual thoughts, and is imprisoned by them.

 

(ii) Attachment to views, opinions, beliefs

We become attached to views, theories, philosophies, religious beliefs that reflect or allow us to gratify our cravings, especially for being or non-being. As a consequence, we feel threatened by opposing views and different beliefs. We see them as a danger to who we think we are. This kind of attachment leads to prejudice and narrow-mindedness.

 

(iii) Attachment to external religious forms

Ceremonies, rituals, conventions, training rules, can all become objects of attachment. We come to see them as having an intrinsic value in themselves independent of our relationship to them. In other words, we believe that by simply behaving in a certain way, purification of mind will take place automatically. This leads to complacency and superstition.

 

(iv) Attachment to the idea of a permanent, independent self

This kind of attachment is the most characteristic expression of ignorance. It is reinforced by the conventions of language, especially words such as ‘I’, ‘me’ and ‘mine’. It leads to selfishness, conflict and harmful ideas of possession and control. It prevents us from seeing the stream of causes and conditions that constitute body and mind.

 

– Ajahn Jayasāro

佛陀把由贪爱(Tanhā)决定的心智中升起的各种执着命名为“执取”(Upādāna)。对于立志走向解脱的人而言,它们必须被灭断。佛陀列出了四种执着:

 

(I) 对感官享乐的执着

在执着感官享乐时,我们使它们看起来对我们的幸福至关重要。没有它们的生活似乎会令人沮丧或毫无意义。我们害怕与感官享乐分离,并努力阻止分离。我们的心智被感官念想所支配并被它们囚禁。

 

(ii)对观点、意见、信仰的执着

我们执着于反映或令我们满足自己贪爱的观点、理论、哲学、宗教、信仰,尤其是对“是”或“非”的贪念。由此结果,我们会为对立的观点和不同的信仰而感受到威胁。我们把他们视作我们所认为的自己的危险。这种执着导致偏见和狭隘。

 

(iii) 对外在宗教形式的执着

仪式、仪规、惯例、训练规则,都可以成为执着的对象。我们把他们看作是一个具有内在价值,独立于我们与他们的关系而存在的。换句话说,我们相信只要简单地以一种特定方式行事,心智的净化就会自动发生。这会导致自满和迷信。

 

(iv)对永恒的、独立自我的观念的执着

这种执着是无明最典型的表现。语言的习惯强化了它,尤其是像“我”(主语)、“我”(宾语)和“我的”这些词的习惯用语。它导致自私,冲突和关于占有与控制的有害观念。它阻止我们看清那些构成身体和心智的一个又一个的原因和条件(因与缘)。

 

– 阿姜袈亚裟柔
FFH翻译组

พระพุทธองค์ทรงบัญญัติคำว่า อุปาทาน สำหรับความยึดมั่นถือมั่นอันเกิดขึ้นในใจด้วยอำนาจของตัณหา หากมุ่งสู่ความหลุดพ้นจากกิเลส เราจำต้องขจัดอุปาทานเหล่านี้ให้สิ้น

 

พระพุทธองค์ทรงจำแนกอุปาทานไว้ ๔ ประการ คือ

 

๑. กามุปาทาน ยึดมั่นในกาม
เมื่อยึดติดในกามสุข เราทำให้สุขทางโลกกลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิตอันราบรื่น ชีวิตที่ปราศจากกามสุขดูหม่นหมองไร้ความหมาย เรากลัวการพลัดพรากสูญเสียกามสุขจึงดิ้นรนป้องกันไม่ให้พลัดพรากจากสุขทางโลก ใจเราถูกครอบงำด้วยความคิดเรื่องสุขทางโลก จิตจึงถูกกุมขังด้วยกามุปาทาน

 

๒. ทิฏฐุปาทาน ยึดมั่นในความคิดความเห็น
เรายึดติดในความคิด ทฤษฎี หลักปรัชญา ความเชื่อทางศาสนาที่เป็นผลสะท้อนจากตัณหาหรือเอื้อต่อการตอบสนองตัณหาของตน โดยเฉพาะในเรื่องความมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของตัวเราเอง ด้วยเหตุนี้ เราจึงรู้สึกถูกคุกคามเมื่อเผชิญกับความเห็นตรงข้ามหรือความเชื่อที่ต่างออกไป เราเห็นว่าความคิดหรือความเชื่อนั้นเป็นอันตรายกับตัวตนในความคิดของเรา อุปาทานแบบนี้ทำให้เรามีอคติและใจแคบ

 

๓. สีลพัตตุปาทาน ยึดมั่นในข้อปฏิบัติต่างๆ
พิธีกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือพระวินัย ล้วนเป็นเหตุแห่งอุปาทานได้ทั้งสิ้น เราเห็นไปว่าข้อปฏิบัติเหล่านี้มีคุณค่าในตัวเอง ไม่ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่เรามีต่อข้อปฏิบัตินั้น พูดอีกอย่างหนึ่งว่า เพียงแค่ปฏิบัติตามข้อวัตรบางอย่าง เราก็เชื่อว่าจิตใจจะบริสุทธิ์โดยอัตโนมัติ อุปาทานแบบนี้ทำให้เรานิ่งนอนใจและหลงงมงาย

 

๔. อัตตวาทุปาทาน ยึดมั่นในความคิดว่ามีตัวตนอันเที่ยงแท้ เป็นอิสระ
อุปาทานแบบนี้เป็นผลของอวิชชาอันชัดเจนที่สุด ความยึดมั่นถือมั่นในเรื่องนี้จะถูกตอกย้ำด้วยกฏเกณฑ์ทางภาษา โดยเฉพาะคำว่า ‘ฉัน’ ‘ตัวฉัน’ และ ‘ของฉัน’ อัตตวาทุปาทานจะทำให้เราเห็นแก่ตัว ขัดแย้งกับคนอื่น และมีความคิดเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและคอยบังคับควบคุม อุปาทานแบบนี้จะกีดขวางไม่ให้เราเห็นกระแสของเหตุและปัจจัยอันประกอบขึ้นเป็นกายและใจ

 

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

(please suggest and also assist to translate)

0
Share on email
Share on print
Scroll to Top